อารยตัดสิน

ในสังคมที่มนุษย์อยู่ร่วมกัน ตั้งแต่คนสองคนขึ้นไป ย่อมมีโอกาสที่จะเกิดความขัดแย้ง ความไม่ลงรอย ข้อพิพาทบาดหมาง และการกระทำผิดต่อกันได้เสมอ ทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ ดังนั้น เพื่อให้ทุกคนอยู่ร่วมกันด้วยความสงบเรียบร้อย ในโครงสร้างสังคมระดับต่าง ๆ จึงแก้ปัญหาด้วยการมีระบบตัดสินพิพากษา เพื่อชี้ขาดว่ากรณีพิพาทที่เกิดขึ้นนั้น ความจริงเป็นเช่นใด ใครผิดใครถูก ใครสมควรถูกลงโทษ และควรลงโทษอย่างไร

ยกตัวอย่างเช่น ในครอบครัว เมื่อลูก ๆ ทะเลาะกัน พ่อแม่ทำหน้าที่ตัดสินและลงโทษลูกที่กระทำผิด ในองค์กรต่าง ๆ ผู้นำองค์กรเป็นผู้ทำหน้าที่ตัดสินพิพากษาเรื่องภายในองค์กร และหากกรณีพิพาทนั้น เป็นเรื่องที่ไม่สามารถตัดสินกันเองได้ รัฐก็จะมีโครงสร้างกระบวนการยุติธรรม มีผู้พิพากษาศาลทำหน้าที่พิจารณาตัดสินคดีความ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ทำให้สังคมสงบเรียบร้อยภายใต้กฎหมายของรัฐร่วมกัน

การตัดสินพิพากษากัน ไม่ว่าในระดับใด ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ผลลัพธ์ที่ต้องการจากการตัดสิน นั่นคือ ความยุติธรรม ความถูกต้อง และเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ดีให้แก่สังคม

ดังนั้น การตัดสินที่ดีในมุมมองคนอารยะ ไม่ว่าเรื่องใด ในระดับใดก็ตาม จึงควรใช้ความอารยะในการพิจารณาตัดสินพิพากษา หรือเรียกว่า อารยตัดสิน

         อารยตัดสิน หมายถึง การพิจารณาตัดสินกรณีพิพาทต่าง ๆ โดยคนอารยะที่มีอำนาจอันชอบ และตัดสินโดยมีหลักอารยะรองรับ เพื่อสร้างบรรทัดฐานความถูก/ผิดและการลงโทษแบบอารยะให้เกิดขึ้นในสังคม 

เมื่อเกิดกรณีพิพาท เกิดข้อกล่าวหาว่ามีการกระทำผิด คนอารยะจะใช้วิธีตัดสินอย่างอารยะ โดยมีหลักในการตัดสินดังนี้

         มี “อำนาจอันชอบ” ในการตัดสิน อารยตัดสินจะต้องมี “อำนาจอันชอบธรรม” หรือ “อำนาจจริง”  ในการตัดสิน ผู้ที่สามารถตัดสินผู้อื่นได้นั้น ไม่ใช่ใครก็ได้ เราไม่สามารถตั้งตัวเองตัดสินผู้อื่นได้ แต่ต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากแหล่งอ้างอิงที่คนในสังคมนั้น ๆ ยอมรับ และตัดสินได้ภายในขอบเขตอำนาจที่ได้รับมอบเท่านั้น เช่น ในรัฐชาติ – ผู้พิพากษา มีอำนาจตัดสินลงโทษผู้กระทำผิด เพราะได้รับมอบอำนาจจากรัฐชาติ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในครอบครัว – พ่อแม่ มีอำนาจตัดสินลงโทษลูก ๆ เพราะได้รับมอบอำนาจจากคนในสังคมตามจารีตประเพณี แต่ต้องใช้อย่างไม่ขัดกับกฎหมายของรัฐ หรือในองค์กร – ผู้นำ มีอำนาจตัดสินคนในองค์กร เฉพาะในขอบเขตอำนาจที่ได้กำหนดไว้ในกฎระเบียบขององค์กร เป็นต้น

อารยตัดสินจำเป็นต้องอ้างได้ว่า อำนาจนั้นได้มาโดยชอบ มีเหตุมีผลรองรับ เป็นการใช้อำนาจโดยชอบ โดยตระหนักว่า หากผู้ที่ไม่มีอำนาจอันชอบ ไปทำหน้าที่ตัดสินผู้อื่นทั่วไปหมด สังคมย่อมวุ่นวาย ไร้ระเบียบ และที่สำคัญจะนำไปสู่การใช้อำนาจทำลายคนอย่างไม่เป็นธรรม

         ยึด “หลักอารยะ” ในการตัดสิน การตัดสินทุกอย่างต้องมีหลักเกณฑ์อารยะ หลักการอารยะ รองรับ ต้องตอบได้ว่า หลักที่นำมาใช้ในการตัดสินนั้น มันดีแท้ งามแท้ จริงแท้หรือไม่ มันทำให้สังคมอยู่อย่างมีเสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพที่พึงประสงค์หรือไม่ โดยหลักในการตัดสินที่อารยะ เช่น

         หลักความเป็นธรรม อารยตัดสินต้องมีใจเที่ยงตรงและเที่ยงธรรม ต้องให้ความเป็นธรรมเสมอหน้ากัน ฟังความสองข้าง ให้โอกาสทุกฝ่ายอธิบาย ต้องอยู่ในฐานะที่เป็นกลาง ไม่โอนเอียง ไม่มีอคติต่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อารยตัดสินต้องไม่ถูกเจือไปด้วยสิ่งที่ทำให้เบี่ยงเบนให้ลำเอียง ต้องไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่มีผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม การตัดสินต้องมีจุดยืนชัดเจน ใช้มาตรฐานเดียวที่เป็นบรรทัดฐานได้

         หลักความเป็นอิสระ อารยตัดสินต้องมีอิสระในการพิจารณา ไม่ถูกแทรกแซงจากบุคคลหรือองค์กรใด ๆ  มีจิตใจที่ยืนหยัดมั่นคง ไม่ถูกเคลื่อนแม้ถูกหยิบยื่นด้วยผลประโยชน์ ไม่หวั่นไหวหรือหวาดกลัวแม้ถูกข่มขู่ แต่ดำรงความเป็นอิสระแท้ ที่ไม่มีสิ่งใดสามารถเบี่ยงเบนการตัดสินไปจากความจริงได้

         หลักความเป็นจริง อารยตัดสินต้องตัดสินบนความจริง ตัดสินจากเหตุผลข้อเท็จจริงที่เป็นจริง ไม่ด่วนสรุปตัดสิน โดยยึดมั่นในหลัก “คนบริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ว่าผิด”“ลงโทษคนบริสุทธิ์ แย่ยิ่งกว่าปล่อยคนผิด” และคนกล่าวหามีภาระพิสูจน์ว่าคนถูกกล่าวหาเป็นคนผิด ดังนั้น อารยตัดสินจึงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบความถูกต้องของหลักฐาน ข้อเท็จจริง เหตุผลที่นำมาอ้างว่าเป็นจริงและเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด เพื่อป้องกันผู้ถูกกล่าวหาให้พ้นจากข้อมูลเท็จ พยานเท็จ การใส่ร้ายป้ายสี และอารยตัดสินต้องมีกระบวนการโปร่งใส ไม่มีลับลมคมใน หลักฐานข้อเท็จจริงต่าง ๆ ต้องชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ เพื่อให้ความยุติธรรมต่อทั้งสองฝ่ายมากที่สุด

         หลักอารยดุลพินิจ อารยตัดสินต้องใช้อารยดุลพินิจ หรือใช้วิจารณญาณบนรากฐานปรัชญาอารยะ ในการพิจารณา วินิจฉัย ประเมินประเด็นที่มีความซับซ้อนหรือมีรายละเอียดที่ละเอียดอ่อน ไม่สามารถตัดสินตามกติกาอย่างตรงไปตรงมาได้ ต้องมีใช้อารยดุลพินิจด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง ถ่อมใจเรียนรู้ แสวงหาองค์ความรู้จากแหล่งต่าง ๆ เพื่อให้ช่วยตัดสินได้ถูกต้องมากขึ้น รวมทั้งทบทวนการใช้เหตุผลเพื่อไม่ให้มีรอยรั่วทางตรรกะ จนมั่นใจว่าข้อสรุปการตัดสินนั้นถูกต้อง เป็นธรรม และดีงามอย่างแท้จริง

         สร้าง “บรรทัดฐาน” ถูกผิดและการลงโทษแบบอารยะ การตัดสินแบบอารยะต้องชี้ถูกชี้ผิดได้ และต้องตัดสินลงโทษได้ อารยตัดสินจึงต้องมีคำตัดสินที่ชัดเจน มีเหตุผลรองรับ เพื่อสร้างเป็นบรรทัดฐานให้กับสังคมว่าอะไรถูก อะไรผิด และมีการลงโทษแบบอารยะ มุ่งหมายเพื่อให้คนผิดเกิดความสำนึกผิด และกลับตัวกลับใจ แก้ไขสิ่งผิดให้ถูกต้อง โดยไม่มีวาระซ่อนแห่งความโกรธเกลียดเคียดแค้นชิงชังผู้กระทำผิดแต่อย่างใด

สุภาษิตลาตินบทหนึ่งกล่าวว่า “จงให้ความยุติธรรม แม้ฟ้าจะถล่มก็ตาม”  หากคนอารยะต้องการเห็นสังคมอารยอุดมคติเกิดขึ้น ส่วนหนึ่ง เราจำเป็นต้องสร้างใจแห่งความเที่ยงธรรม ใจที่เจือด้วยความรักและความปรารถนาที่จะสร้างความอารยะให้ปรากฏขึ้นในทุก ๆ ส่วนของสังคม

 

*********************************

ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ ประธานสมัชชาสยามอารยะ

Comments

comments